|
ความลับในตัวปลา
เป็นที่รู้กันว่าปลานั้นมีประโยชน์อยู่หลายอย่างเหลือเกิน
และกรดไขมันโอเมก้า 3 ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีอยู่ในตัวปลา สำหรับกรดประเภทนี้มีผลต่อร่างกายหลายประการ
เช่น ลดไขมัน (ไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด) ยับยั้งการเกาะของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด
เป็นต้น กรดไขมันตระกูลโอเมก้า 3 ที่คุ้นกันทั่วไปได้แก่ อี
พี เอ (EPA) ดี เอช เอ (DHA) ร่างกายสามารถสังเคราะห์กรดไขมันทั้ง
2 ชนิดนี้ได้จาก กรดแอลฟ่าไลโนเลนิก ซึ่งเป็นน้ำมันที่พบในน้ำมันถั่วเหลือง
วอลนัท กรดไขมันทั้ง 2 ชนิด ที่กล่าวมาแล้วมีมากในปลาที่มัน
นักวิจัยกลุ่มหนึ่งสังเกตเห็นว่า ชาวเอสกิโมจะมีอัตราการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับคนกลุ่มอื่น
การศึกษาวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า การกินอาหารทะเลในปริมาณที่แตกต่างกัน
โดยคนเอสกิโมกินปลาที่มีมันมากกว่า ซึ่งในน้ำมันปลาเป็นแหล่งที่ดี
ของกรดไขมันโอเมก้า 3 การศึกษาในกลุ่มอื่นพบว่าการกินปลาสัปดาห์ละ
1 หรือ 2 ครั้ง สามารถลดอัตราเสี่ยงต่อการตายด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้
ประมาณ
ร้อยละ 50 อย่างไรก็ตามการศึกษาในบางกลุ่ม
ก็ไม่เห็นผลที่ชัดเจน
ปลาเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า
3 และเกลือแร่โดยเฉพาะไอโอดีน และโปรแตสเซียม ปลามีทั้งปลาน้ำจืดและและปลาทะเล
คนส่วนใหญ่จะเชื่อว่าปลาทะเลมีกรดไขมันโอเมก้ามากกว่าปลาน้ำจืด
ความจริงปลาน้ำจืดในบ้านเราหลายชนิด ก็มีปริมาณของกรดไขมัน
ดี เอช เอ มากพอสมควรทีเดียว (จากการวิเคราะห์ของกองโภชนาการกรมอนามัย)
ปลาที่มีมันมากนอกจากจะมีกรอไขมันโอเมก้า 3 มาก จะมีวิตามินเอ
และวิตามินดีมากด้วย
การกินปลา และน้ำมันปลา จะช่วยป้องกันการตายจากโรคหัวใจ ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
โรคไมเกรน เป็นต้น
จาก : www.sioutdoors.com เมื่อเดือนเมษายน 2545
|